ผู้เขียน หัวข้อ: การให้อาหารสายยางกับผู้ป่วยควรระวังผลเสียต่อผู้ป่วยอย่างไรบ้าง  (อ่าน 409 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 925
    • ดูรายละเอียด
การให้อาหารสายยางกับผู้ป่วยควรระวังผลเสียต่อผู้ป่วยอย่างไรบ้าง

การให้อาหารทางสายยางแม้จะเป็นช่องทางหลักในการประคองชีวิตและฟื้นฟูร่างกาย แต่หากกระบวนการจัดการไม่ถูกต้อง อาจส่งผลเสียที่รุนแรงต่อตัวผู้ป่วยได้ครับ

"ผลเสียและภาวะแทรกซ้อน" ที่ผู้ดูแลต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วยครับ


1. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจ (วิกฤตที่สุด)

ปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia): หากผู้ป่วยนอนราบขณะให้อาหาร หรืออาหารขย้อนกลับขึ้นมาแล้วไหลลงหลอดลม จะทำให้ปอดติดเชื้อรุนแรง

วิธีป้องกัน: ต้องหนุนศีรษะสูง 30-45 องศา ตลอดการให้และหลังให้ 1 ชั่วโมง

การใส่สายผิดตำแหน่ง: หากสายยางเลื่อนหลุดจากกระเพาะเข้าไปในหลอดลม แล้วมีการให้อาหารเข้าไป จะทำให้ผู้ป่วยขาดอากาศหายใจหรือปอดเสียหายทันที

วิธีป้องกัน: เช็กตำแหน่งขีดบนสายยางทุกครั้งก่อนเริ่มให้อาหาร


2. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินอาหาร

ท้องเสีย (Diarrhea): มักเกิดจากอาหารปนเปื้อนเชื้อโรค, อาหารเย็นจัดเกินไป หรือสูตรอาหารมีความเข้มข้นสูงเกินที่ลำไส้จะรับได้

ท้องอืดและแน่นท้อง: เกิดจากการมีลมเข้าสายยางมากเกินไป หรือระบบย่อยทำงานช้าทำให้อาหารค้างในกระเพาะ (Residual) จนบูดเน่า

วิธีป้องกัน: ดูดเช็กอาหารค้างก่อนมื้อใหม่ หากเกิน 100 มล. ให้เลื่อนมื้อออกไปก่อน


3. ภาวะแทรกซ้อนทางโภชนาการและเกลือแร่

ภาวะน้ำเกินหรือขาดน้ำ: หากคำนวณปริมาณน้ำตามหลังอาหาร (Flush) ไม่เหมาะสม อาจทำให้ผู้ป่วยบวมน้ำ หรือในทางกลับกันอาจเกิดภาวะเลือดหนืดจนไตทำงานหนัก

Refeeding Syndrome: พบบ่อยในผู้ป่วยที่ขาดสารอาหารมานานแล้วได้รับอาหารปริมาณมากเร็วเกินไป ทำให้ระดับเกลือแร่ในเลือดสวิงจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ


4. ผลเสียต่อเนื้อเยื่อและช่องปาก

แผลกดทับจากสายยาง: สายที่ดึงรั้งหรือกดทับปีกจมูกนานๆ จะทำให้เนื้อเยื่อตายและเป็นแผลหลุม

การติดเชื้อในช่องปาก: แม้ผู้ป่วยไม่ได้เคี้ยวอาหาร แต่แบคทีเรียในปากจะสะสมมาก หากไม่ทำความสะอาดอาจลามไปสู่การติดเชื้อในลำคอและปอดได้

📊 ตารางสรุป: สัญญาณอันตรายที่ "ต้องหยุดให้ทันที"

อาการที่พบ                                            สิ่งที่ต้องทำ

ไออย่างรุนแรง หน้าเขียว หายใจหอบ   หยุดให้ทันที และรีบแจ้งพยาบาล/แพทย์ (เสี่ยงสำลักเข้าปอด)
ดูดพบเลือดสดๆ ออกมาจจากสาย   หยุดให้และไปโรงพยาบาล (เสี่ยงแผลในกระเพาะทะลุ)
ท้องเสียรุนแรงเกิน 3 ครั้ง/วัน   ปรึกษาแพทย์เพื่อปรับสูตรหรือตรวจสอบการติดเชื้อ
สายยางหลุดออกมาเกินครึ่ง   ห้ามดันกลับเอง ให้ปิดแผล/รูจมูกแล้วไปพบแพทย์

💡 เคล็ดลับ

ผลเสียหลายอย่างป้องกันได้ด้วย "ความใจเย็น" ครับ การดันอาหารผ่านไซริงค์ควรใช้เวลาอย่างน้อย 15-20 นาทีต่อมื้อ เพื่อให้กระเพาะค่อยๆ ปรับตัว และที่สำคัญ ความสะอาดของมือผู้ดูแล คือด่านแรกที่ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย